Mon05212012

Last update01:51:13 AM GMT

Back เที่ยวทั่วโลก เที่ยวต่างประเทศ จีน Alaska ขั้วโลกเหนือแดนในฝัน

Alaska ขั้วโลกเหนือแดนในฝัน

Screen Shot_2554-09-17_at_1.54.26_PM
vancouver-aquarium-marine
p429552-Vancouver Island-Butchart_Gardens
city-of-ketchikan 3088
couple-hiking-juneau 2699
Skagway Alaska_White_Pass_Excursion
Skagway bus_x590
cruise-ship-glacier-bay 2613
Screen Shot_2554-09-17_at_3.49.59_PM
  • Prev
  • 1 of 9
  • Next

อะแลสกา (Alaska)
อดีตขุมทองที่รุ่งเรืองขนาดที่มีคนแต่งเพลงขึ้นเหนือไปอะแลสกา หรือ “North to Alaska” บอกเล่าเรื่องราวของนักแรมทางที่บุกเบิกไปสู่ดินแดนเหนือสุดขั้วโลก

 

ปัจจุบันได้กลายมาเป็นดินแดนธรรมชาติอันบริสุท เต็มไปด้วยทิวทัศที่งดงามบนเส้นทางท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ อาจกล่าวได้ว่าเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ดีที่สุดเส้นหนึ่งในโลกที่ใครๆก็ใฝ่ฝันจะได้สัมผัสสักครั้งในชีวิต เริ่มต้นจากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เรือสำราญและเรือเฟอร์รี่ทั้งหลายออกเดินทางเลียบชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ เข้าไปสู่เส้นทางเดินเรือที่เรียกกันว่า Inside Passage เป็นการเดินทางอยู่ท่ามกลางเกาะแก่งและชายฝั่งอันหยึกหยักไปตลอดแนว เรือสำราญจะไปเทียบท่าแห่งแรกที่เมืองเคตซิกันอันเป็นเมืองหน้าด่านของอะแลสกา และเป็นศูนย์รวมของการเลี้ยงปลาแซลมอน ท่าเรือที่สองคือจูโน เมืองหลวงของอะแลสกา ไปจนถึงท่าเรือที่สามคือเมืองสแกกเวย์ เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสีสันมีเส้นทางรถไฟที่โด่งดังที่สุดคือไวท์พาส (White Pass) ต่อจากนั้นคือการล่องเรือสำราญเข้าไปยังอุทยานแห่งชาติอ่าวกลาเซียร์ และคอลเล็จ ฟยอร์ด อันเป็นธารน้ำแข็งที่งดงามตระการ และสามารถชมได้จากทางเรือเท่านั้น



 

แวนคูเวอร์ (Vancouver)
เมืองหลวงของรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เมืองนี้คือจุดเริ่มต้นของการล่องเรือสู่อแลสกาที่เป็นสายขึ้นเหนือและเป็นปลายทางของสายที่ล่องใต้ลงมาจากอะแลสกา แวนคูเวอร์มีสถานที่น่าสนใจคือสวนสแตนลีย์ ปาร์ก ซึ่งมีแวนคูเวอร์ อะควาเรียม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชิดหน้าชูตา เพราะมีวาฬเบลูกาและการแสดงโลมาเป็นสิ่งดึงดูดใจ สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆคือเกาะวิกตอเรียซึ่งเป็นเมืองเก่าแบบ Colonial Style ที่สวยงามและยังมีสวน Butchart ที่โด่งดังและสวยงามอย่างยิ่ง

 

เคตชิกัน (Ketchikan)
เป็นเมืองแรกบนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอะแลสกา ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณปากอ่าวที่ห้วยเคตชิกันไหลลงมา คลาคล่ำไปด้วยฝูงปลาแซลมอนในฤดูวางไข่ ทำให้เมืองนี้มีอุตสาหกรรมผลิตปลาแซลมอนมากที่สุดจนได้รับสมญานามว่า “Salmon Capitan” ตัวเมืองติดกับท่าเรือ เดินชมไปได้จนถึงชุมชนเก่าริมน้ำซึ่งเป็นบ้านไม้ในยุคบุกเบิกที่สีสันสวยงาม มีทางเดินเลียบถนนชายคลอง บ้านช่องกลายเป็นบูติก ร้านขายสินค้าท้องถิ่นและของที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีรายการท่องเที่ยวออกไปนอกเมือวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล่องเรือสู่มิสตีฟยอร์ด (Misty Fjord) ซึ่งเป็นบริเวณที่ฝนตกชุก ตามภูผาที่ขนาบทั้งสองฝั่งแม่น้ำที่คดเคี้ยวไปมาจึงเต็มไปด้วยธารน้ำตก สามารถขึ้นเครื่องบินน้ำเพื่อชมความงามทางอากาศได้อีกด้วย


จูโน (Juneau)
เมืองหลวงของอะแลสกา อยู่กึ่งกลางของเส้นทางล่องเรือสู่อลาสกาตอนใน ซึ่งมีจุดศูนย์กลางที่เมืองแอนเคอเรจ (Anchorage) เมืองจูโนถูกขนาบด้วยภูเขาหิมะคือภูเขาจูโนและภูเขาโรเบิร์ต รอบๆเมืองจึงมีเส้นทางปีนเขา เดินป่า และสภาพธรรมชาติแวดล้อมที่งดงามจนถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของรัฐที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดในอเมริกา โดยเฉพาะรอบๆเมืองจะรายล้อมด้วยธารน้ำแข็งที่สวยงามมากมาย ทำให้จูโนกลายเป็น Gateway to the Glacier บนเส้นทางกลาเซียร์ไฮเวย์ จากจูโนไปยังหุบเขาเมนเดนฮอลล์ผ่านธารน้ำแข็งหลายแห่ง เช่น Lemon Creek Glacier, Herbert Glacier และ Mendenhall Glacier อันเป็นธารน้ำแข็งที่โด่งดังที่สุด และสามารถชมความงามตลอดจนการเข้าไปสัมผัสได้หลายทางทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ

 

เมืองสแกกเวย์ (Skagway)

เมืองเล็กๆ จุดเริ่มของการบุกเบิกไปยังเหมืองทองในจูกอน (Yukon) เมืองนี้เต็มไปด้วยเรือนไม้สีสวยหวานราวลูกกวาดแบบโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี เป็นภาพสะท้อนบรรยากาศในยุคตื่นทองทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงตามอาคารต่างๆ รวมทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของ Klondike Gold Rush National Historical Park และเมืองนี้คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟสายไวท์พาสและจูกอน ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดสายหนึ่ง เพราะตลอดสองข้างทางเป็นภูเขาหิมะสูงชัน รถจักรไอน้ำที่ยังใช้การได้ดีเดินทางผ่านโตรกผาและธารน้ำตก ทิวทัศน์งดงามราว 110 กิโลเมตร และไต่ขึ้นยอดสูงราว 859 เมตรจากระดับน้ำทะเลของไวท์พาส อันเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ไปเมืองประวัติศาสตร์ของจูกอนที่ในอดีตเต็มไปด้วยเหมืองทองคำ

 

อ่าวกลาเซียร์ (Glacier bay)อุทยานแห่งชาติกลาเซียร์ เบย์ ถูกค้นพบมาเมื่อ 130 ปีที่แล้วนอกจากจะเป็นธารน้ำแข็งริมทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยธารน้ำแข็งถึง 16 สาย รวมอยู่ในอ่าวธารน้ำแข็งขนาดใหญ่และแตกกระจายออกเป็นก้อนภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg) จำนวนมหาศาลลอยสู่ท้องทะเล ยังมีลักษณะพิเศษคือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิดเช่น วาฬหลังค่อม แมวน้ำ นากทะเล รวมถึงสัตว์ป่าบนบก เช่น กวางมูส หมีสีน้ำตาล แพะภูเขา และนกกว่า 200 ชนิด การล่องเรือเข้าไปชมอ่าวธารน้ำแข็งเป็นวิธีที่ดีที่สุด และทางอุทยานฯก็จำกัดจำนวนเรือที่จะเข้าไปท่องเที่ยวเพื่อมิให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

คอลเล็จ ฟยอร์ด (College Fjord)
ตั้งอยู่ในเวิ้งอ่าวใหญ่ของ Prince William Sound ซึ่งก่อให้เกิดเป็นฟยอร์ดหรือชายฝั่งที่เว้าแหว่ง และในคอลเล็จ ฟยอร์ดนี้มีธารน้ำแข็งริมทะเลถึง 5 สาย การชมธารน้ำแข็งเหล่านี้จึงต้องล่องเรือเข้าไปในฟยอร์ดยามอรุณรุ่งจะเป็นบรรยกาศที่งดงามที่สุดทีเดียว

 

ฤดูกาลที่แนะนำ 
สามารถเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคน-กลางเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ช่วงที่อากาศแจ่มใสที่สุดคือเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วงป่าและทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนสีสวยงาม

 

 

กิจกรรมแนะนำ
ขึ้นเครื่องบินท่องเที่ยวซึ่งมีอยู่ทุกท่าเรือ นั่งเรือชมสัตว์ทะเล ชมสัตว์ป่า หมีสีน้ำตาล

 

 

ขอขอบคุณ Packagetourtravel.com