เวลาแห่งการผจญภัยท่ามกลางลำน้ำเชี่ยวมาถึงแล้ว! คนรักการล่องแก่งไม่ควรพลาดกับที่สุดแห่งสายน้ำของเมืองไทย “แก่งน้ำว้าตอนกลาง” จ.น่าน จั่วหัวขนาดนี้คงพอเดากันออกว่าทริปนี้ “บินเดี่ยว” จะพาไปเที่ยวชิว ชิว แบบ“อำเภอใจ” กันที่ไหน
น่าน เป็นจังหวัดที่ถูกหยิบยกมาตะลอนเที่ยวกันจันทร์นี้ อันเนื่องมาจากเป็นจังหวัดที่มีสายน้ำใหญ่เหมาะให้นักล่องแก่งท้าประลองความมันส์ ตั้งแต่ระดับ 1 ง่ายที่สุดไปยังระดับ 5 ด่านปราบเซียนสุดเร้าใจ!
ลำน้ำว้า มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาผีปันน้ำ บริเวณพื้นที่หมู่บ้านนากึ๋น ตำบลบ่อเกลือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ไหลลัดเลาะผ่านพื้นที่อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม จนไปบรรจบกับลำน้ำน่านที่อำเภอเวียงสา ณ บริเวณรอยต่อสามตำบลของอำเภอเวียงลา ได้แก่ ตำบล ไหลน่าน, ขึ่ง และกลางเวียง เรียกภาษาท้องถิ่นว่า “สบว้า” รวมระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร แบ่งระยะทางล่องแก่งได้ 3 ช่วง คือ ตอนบนสุดจากบ้านสปันมายังบ้านสบมาง
ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนน่าน มีความยากของแก่งระดับ 3-5 ตอนกลางจากบ้านสบมางลงมายังบ้านน้ำว้า มีความยากของแก่งระดับ 3-5 เช่นกัน และ ตอนล่างจากบ้านปุ๊ไปยังบ้านหาดไร่ ถือเป็นแก่งธรรมดา ความยากของแก่งระดับ 2-4 เหมาะกับการล่องแก่งสบาย ๆ เที่ยวได้ภายในวันเดียวไม่จำเป็นต้องค้างคืน แล้วทำไมลำน้ำว้าตอนกลางถึงได้ล่องแก่งแล้วเร้าใจสุดๆ
เพราะเป็นการล่องแก่งที่ยาวที่สุดในเมืองไทย ด้วยความคดเคี้ยวของระยะทางน้ำกว่า 80 กิโลเมตร กับเกาะแก่งนับร้อยแห่งตั้งแต่ระดับ 1-5 ที่สร้างสีสันความโหด มัน ฮา ได้ตลอดเส้นทาง 3 วันบนสายน้ำ และ 2 คืนนอนป่า แวะดื่มด่ำความอุดมสมบูรณ์ของป่าดิบ สวนหิน และหุบเขาที่ซ่อนมนต์เสน่ห์แห่งลำน้ำ เก็บเกี่ยวบรรยากาศแคมปิ้งบนชายหาดธรรมชาติกว้างขวางริมน้ำว้า นอกจากนี้ยังสามารถเดินป่าไปเที่ยวชม น้ำตกภูฟ้า ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของเมืองน่านได้อีกด้วย
สำหรับแก่งที่ท้าทาย ได้แก่ แก่งผาหลวง ลักษณะแก่งเป็นรูปตัว S ความยากระดับ 3-4, แก่งเสือเต้นสบมาง มีหินก้อนใหญ่ขวางกลางลำน้ำ ระดับความยาก 3-4, แก่งไฮจ้ำ ความยากระดับ 3-4 มีก้อนหินกลางลำน้ำและสายน้ำที่ทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่างสูงเกือบเมตร, แก่งสบห้วยปึง ความยากระดับ 3-4 เป็นแก่งทำลายกับข้าวมือเย็น, แก่งสบห้วยเดื่อ หรือแก่งโค้งหักศอก ความยากระดับ 3-4 , แก่งผีป่า ยากระดับ 4-5 สายน้ำทวีความรุนแรงเป็นรูปตัว S ลักษณะเป็นน้ำตกสองชั้น
แก่งวังลุนหรือแก่งยาว ความยากระดับ 4-5 เป็นแก่งที่มีสายน้ำลดระดับลงไม่น้อยกว่า 30 เมตร สายน้ำที่ลดลงสลับกับทิ้งตัวเป็นระลอกเล็ก ๆ ทำให้เกิดลูกคลื่นขนาดมหึมา ยิ่งช่วงท้ายแก่งเป็นผาหินบีบให้สายน้ำแคบลง ยิ่งทำให้สายน้ำเชี่ยวกราดและเดือดพล่านมากขึ้นอีกเท่าตัว และอีกหลายแก่งที่ล้วนสร้างความตื้นเต้นไม่แพ้กัน
เดินทางเหมาะที่สุดเป็น ช่วงเดือนตุลาคม เพราะลำน้ำจะใสไหลทอดยาวเป็นทางสุดสายตา โชว์ความงามใต้ผืนน้ำ ผสานกับความเย็นของอุณหภูมิที่ลดลงตามสภาพป่าเขาลำเนาไพรให้ร่างกายได้ชุ่มฉ่ำ
เก็บกระเป๋าเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วไปเริ่มต้นกันที่ สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ นั่งรถโดยสารปรับอากาศกรุงเทพฯ-น่าน ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง
แต่อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศและความพร้อมของลำน้ำก่อนออกทริป ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทรศัพท์ 084-521-118 หรือ อุทยานแห่งชาติแม่จริม โทรศัพท์ 084-779-023
ทริคเล็ก ๆ เก็บมาฝาก กับระดับความยากของแก่งตามมาตรฐานสากล
ระดับ 1 ง่ายมาก มีแก่งเล็กน้อย เหมาะกับมือใหม่ ใจป๊อด
ระดับ 2 ธรรมดา น้ำไหลแรงขึ้น ต้องใช้เทคนิคในการล่องแก่ง
ระดับ 3 ปานกลาง เริ่มมีแก่งน่าตื้นเต้นใช้เทคนิคการพายสูงขึ้น
ระดับ 4 ยาก เป็นแก่งที่ต้องใช้เทคนิคและทักษะในการพาย
ระดับ 5 ยากมาก น้ำไหลเชี่ยว เพิ่มความระมัดระวัง ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์ของผีพายสูง
ระดับ 6 อันตรายมาก ไม่เหมาะแก่การล่องแก่ง
ชูชีพพร้อม พายพร้อม ลุยกันเลย…
ขอขอบคุณ http://www.dailynews.co.th/