Mon05212012

Last update01:51:13 AM GMT

Back เที่ยวทั่วโลก เที่ยวต่างประเทศ ญี่ปุ่น ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

icon-japan
pic-japan
  • Prev
  • 1 of 2
  • Next

 

การขอวีซ่า: วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประชาชน ของประเทศที่ไม่ได้มีการตกลงยกเว้นวีซ่าไว้กับรัฐบาลญี่ปุ่น สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ถือหนังสือเดินทางสัญชาติไทยจำเป็นต้อง ยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องเตรียมก็คือ หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานมากกว่า 6 เดือน ก่อนเดินทาง ท่านควรจะไปสอบถามเรื่องการขอวีซ่าที่สถานทูตญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลญี่ปุ่นประจำเชียงใหม่ก่อนนะคะ ขั้นตอนการขออาจจะยุ่งยากซักหน่อยนะคะ แต่ถ้าได้ไปเที่ยวแล้วจะรู้สึกว่า คุ้มค่าจริงๆค่ะ

ภาษาที่ใช้: ประชาชนในประเทศญี่ปุ่นใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการค่ะ ชาวญี่ปุ่นมีความเป็นชาตินิยมสูงมากจึงแทบจะไม่มีใคร ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวได้เลย จึงเป็นอุปสรรคต่อการไปเที่ยวเองโดยไม่ได้ไปกับทัวร์ซักหน่อยนะคะ 

ความแตกต่างของเวลา: เวลาในประเทศญี่ปุ่นเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งถือว่าต่างกันไม่มากนะคะ จึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่อง ของการปรับตัวซักเท่าไหร่ค่ะ 

สภาพอากาศ: สภาพอากาศโดยทั่วๆ ไปเป็นอากาศอบอุ่น ในฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) เป็นช่วงเวลาที่ดอกเหมยและ ดอกซากุระบาน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมถึงชาวญี่ปุ่นเอง ต่างก็นิยมไปชื่นชมความงามของดอกซากุระกันในฤดูนี้ค่ะ ส่วนในฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) เป็นเวลาของการเที่ยวเล่นในแดนธรรมชาติ และในฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) เป็นฤดูแห่งการสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับหิมะ ประเทศญี่ปุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ท่านสามารถไปเที่ยวชม ได้ตลอดทั้งปีเลยก็ว่าได้ค่ะ

 

ค่าเงิน และการธนาคาร: ในประเทศญี่ปุ่น เงินเหรียญที่ใช้กันมีราคา 1 5 10 50 100 และ 500 เยน ตามลำดับ ธนบัตรที่ใช้มีราคา 1,000 5,000 และ 10,000 ส่วนเงินสกุลอื่น ๆ ที่นำเข้าไปในญี่ปุ่น สามารถแลกเป็นเงินเยนได้ที่ ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตรา ภายในท่าอากาศยานที่เดินทางไปถึงค่ะ หรือจะแลกได้ตามธนาคารในเมืองต่างๆ ก็ได้ค่ะ อัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นๆ ลงๆ ทุกวัน ธนาคารส่วนมากจะมีป้ายบอกอัตราแลกเปลี่ยน ประจำวันติดไว้ไห้เห็นอย่างชัดเจนค่ะ อัตราแลกเปลี่ยนกับเงินไทยจะอยู่ที่ 100 เยน ต่อ 30.82 บาท ค่ะ 

ระบบไฟฟ้า: กระแสไฟฟ้าในญี่ปุ่นที่ใช้ตามบ้านเรือนทั่วไปเป็นแบบ 110 โวลต์ ชนิดกระแสสลับทั่วประเทศ แต่มีไซเกิลสองขนาด คือ ภาคตะวันออกใช้ 50 เฮิร์ซ ภาคตะวันตกใช้ 60 เฮิร์ซ โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่เมืองใหญ่ๆจะมีปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลต์ให้ใช้ แต่เต้าเสียบมักจะใช้ชนิดสองขาเท่านั้นค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านต้องการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปด้วย ก็ควรนำเต้าแปลงปลั๊กไปด้วยนะคะ 

ระบบโทรศัพท์: ท่านจะสามารถพบเห็นโทรศัพท์สาธารณะในญี่ปุ่นได้ทั่วไปนะคะ มีทั้งแบบหยอดเหรียญและแบบใช้บัตรโทรศัพท์ อัตราค่าบริการโทรศัพท์จะคิดเป็นต่อนาทีค่ะ โดยถ้าโทรภายในประเทศจะคิดนาทีละ 10 เยน และถ้าต้องการโทรศัพท์ทางไกลจากญี่ปุ่นกลับประเทศไทย ให้กด 001 + รหัสประเทศไทย (66) + รหัสเมืองหรือรหัสมือถือ (ไม่ต้องกด 0 ตัวหน้า) + หมายเลขโทรศัพท์ 7 หลักค่ะ เช่น 001-66-2-1234567 ค่ะ 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ:
1. ตำรวจ กด 110 
2. รถพยาบาล สถานีดับเพลิง กด 119 

การเดินทาง: การเดินทางเข้าประเทศโดยการโดยสารเครื่องบิน เครื่องจะลงจอดที่ท่าอากาศยานนิวโตเกียวอินเตอร์เนชั่นแนล หรือเรียกสั้นๆ ว่า

  • ท่าอากาศยานนาริตะ โดยมีวิธีเดินทางจากนาริตะไปโตเกียว และ โยโกฮาม่าหลายวิธีด้วยกันค่ะ หรือถ้าหากท่านบินไปลงที่ท่าอากาศยานคันไซ ก็มีวิธีการเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองโอซาก้า เกียวโต และ โกเบได้หลายวิธีเช่นกันค่ะ ประกอบด้วย 
  • บริการลีมูซีนบัส เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ลีมูซีนบัสจะไปส่งที่ปลายทาง คือ โตเกียวซิตี้แอร์ เทอร์มินัล (Tokyo City Air Terminal: TCAT) ค่ะ 
  • บริการแท๊กซี่จากสนามบินนานาชาตินาริตะเข้าเมืองโตเกียว อัตราค่าโดยสารแท๊กซี่จะคิดโดยกำหนดค่าโดยสารตามมิเตอร์เหมือนบ้านเราเลยค่ะ แต่ราคานี้ยังไม่รวมค่าทางด่วนนะคะ ถ้ารวมกันแล้วจะประมาณ 25,000 เยนหรือมากกว่านั้นค่ะ 
  • การเดินทางโดยระบบรถไฟ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก เพราะมีสถานีครอบคลุมทั่วประเทศ และยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้มากอีกด้วยค่ะ 
  • การเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ ก็มีให้บริการเช่นกัน การเดินทางโดยทางเรือจะเป็นการเดินทางเชื่อมระหว่างเมืองท่าโตเกียว โอซาก้า และ โกเบ กับเมืองท่าหลักบนเกาะฮอกไกโด คิวชู ชิโกกุ ค่ะ 

นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ ก็จะเป็นการเดินทางแบบง่ายๆโดยรถบัส และรถเช่าค่ะ ท่านจะเห็นได้ว่า ระบบคมนาคมในญี่ปุ่นทั้งทันสมัยและมีระบบดีมาก ถึงอย่างไรก็ตาม ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละวัน อย่าลืมวางแผนการเดินทางด้วยนะคะ 

ข้อแนะนำพิเศษ: ในสถานที่บางแห่งและบริการมวลชนบางประเภท จะไม่สามารถรับเงินตราต่างประเทศได้ เช่น พาหนะขนส่งมวลชนสาธารณะ ห้างร้าน ร้านค้า และภัตตาคาร ดังนั้น นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องพกเงินสดสกุลเยนไว้บ้างนะคะ เพื่อใช้จ่ายในขณะท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น แต่ก็มีร้านค้าและภัตตาคารบางแห่งที่ยอมรับเงินสกุลอื่นเหมือนกันนะคะ ส่วนเงินเยนที่เหลือจากการใช้ จะแลกคืนได้เฉพาะที่เป็นธนบัตรเท่านั้นค่ะ 

เสื้อผ้าที่ควรเตรียมไปในฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงคือ เสื้อแจ๊คเก็ตและสเว็ตเตอร์กันหนาว ในฤดูร้อนให้เตรียมเสื้อผ้าที่บางเบา แขนสั้น ส่วนในฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ต ชุดผ้าขนสัตว์ แจ๊คเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ และสเว็ตเตอร์สำหรับฤดูหนาวค่ะ 

เวลาไปไหนมาไหนในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวจะต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชู่ติดตัวเสมอ เพราะร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง "โอชิโบริ" เท่านั้น (ผ้าร้อนเช็ดมือ) ส่วนน้ำก๊อกในญี่ปุ่นทุกแห่งปลอดภัยสามารถดื่มได้ค่ะ

อาหารท้องถิ่น: อาหารญี่ปุ่นนับว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของประเทศ เลยก็ว่าได้ แม้แต่อาหารธรรมดาทั่วไป ยังมีศิลปะในการจัดวาง บนภาชนะ ให้ดูสวยงามน่าทานเป็นอย่างยิ่ง อาหารจานเด็ดต่างๆ เช่น ซูชิ หม้อร้อน เทมปุระ ไก่ปิ้งเสียบไม้ หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำเสิร์ฟใส่ภาชนะก้นลึก เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดชิมเลยนะคะ และอาหารที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่งในญี่ปุ่นนั่นคือ ปลาดิบ ในประเทศนี้มีร้านขาย ซูซิ (หรือสุชิ) อยู่มากมาย และขายดีที่สุดในบรรดาร้านอาหาร รวมถึง ภัตตาคารภายในที่พักในญี่ปุ่นของท่าน โดยมีราคาที่แตกต่างลดหลั่นกันไป ตั้งแต่ราคาแพงที่สุด ลงไปจนถึงแพงพอจะซื้อหารับประทานได้ค่ะ 

แหล่งช้อปปิ้ง: การช้อปปิ้งในญี่ปุ่น ท่านจะได้พบกับสิ่งที่แปลกใหม่ และน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งมีตั้งแต่ ศิลปวัตถุแบบประเพณีนิยมของญี่ปุ่น จนถึงสิ่งที่พลาดไม่ได้เลย คือ สินค้าไฮ-เทค เพราะญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความทันสมัยในเรื่องของเทคโนโลยี แต่ถ้าท่านจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ควรตรวจสอบราคาให้ดี โดยเปรียบเทียบราคากับบ้านเราก่อนซื้อนะคะ